หิริโอตตัปปะ

หิริโอตตัปปะ ธรรมะที่น่าทบทวน .....หิริ คือ ความละอายบาป หรือละอายต่อการจะทำบาป ถึงไม่มีใครรู้ แต่เมื่อเรานึกแล้วจะรู้สึกกินแหนงแคลงใจไม่สบายใจ เป็นความรู้สึกรังเกียจ ไม่อยากทำบาป เห็นบาปเป็นของสกปรกที่จะทำให้ใจของเราเศร้าหมองไม่ผ่องใส ถ้าเราละจากบาปได้ แสดงว่าเรามีความละอายต่อบาป ......โอตตัปปะ คือ ความเกรงกลัวบาป เป็นความรู้สึกกลัวว่าเมื่อทำไปแล้ว บาปจะส่งผลจะเป็นทุกข์ทรมานแก่เรา จึงไม่ยอมทำบาป
....บาปเพียงนิดอย่าคิดทำเลยนะครับ เพราะขึ้นชื่อว่าบาปนั้นไม่เพียงแต่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน และมีความทุกข์แต่เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีทุกข์ และเดือดร้อนด้วย ทางมาแห่งทุกข์และผลที่ทำให้เป็นบาปมีได้ทางกาย วาจาและใจ ที่พอจะทบทวนเป็นข้อๆ ได้ดังนี้
๑. ฆ่าสัตว์ เช่น การฆ่าคน ยิงนกตกปลา รวมถึงการทรมานสัตว์
๒. ลักทรัพย์ เช่น ลักขโมย ปล้น ฉ้อโกง หลอกลวง คอร์รัปชั่น
๓. ประพฤติผิดในกาม เช่น เป็นชู้ ฉุดคร่า อนาจาร
๔. พูดเท็จ เช่น พูดโกหก พูดเสริมความ ทำหลักฐานเท็จ
๕. พูดส่อเสียด เช่น พูดยุยงให้เขาแตกกัน พูดจาใส่ร้ายป้ายสี
๖. พูดคำหยาบ เช่น ด่า ประชด แช่งชักหักกระดูก ว่ากระทบ
๗. พูดเพ้อเจ้อ เช่น พูดพล่าม พูดเหลวไหล พูดโอ้อวด
๘. คิดโลภมาก เช่น อยากได้ในทางทุจริต เพ่งเล็งทรัพย์คนอื่น
๙. คิดพยาบาท เช่น คิดอาฆาต คิดแก้แค้น คิดปองร้าย
๑๐. คิดเห็นผิด เช่น เห็นว่าบุญบาปไม่มี เห็นว่าพ่อแม่ไม่มีพระคุณ เห็นว่าตายแล้วสูญ และเห็นว่ากฎแห่งกรรมไม่มี
.....ทั้งหมดนี้รวมเรียกว่า อกุศลกรรมบถ ๑๐ ครับ ถ้าเราเคยมีพฤติกรรมตรงกับข้อไหน หรือเข้าข่ายใกล้เคียงข้อไหนเมื่อพิจารณาด้วยตัวเองแล้วว่าทำให้จิตใจของผู้อื่น หรือตัวเองนั้นเศร้าหมองไปต้องรีบละรีบเลิกทำซะนะครับ หนทางที่จะฉุดลั้งเราให้ไปทำความไม่ดีหรือทำบาปนั้นไม่ว่าจะเป็นทางกาย ทางวาจา หรือใจ เมื่อขึ้นชื่อว่าบาปแล้วก็เป็นสิ่งที่ต้องหลีกและเสี่ยงไม่ให้เข้ามาใกล้เราอย่างเด็ดขาด
.....ในยุคสมัยนี้จะเห็นได้ว่าคนเรานั้นขาดหลักธรรมในข้อนี้เป็นอย่างมาก หากไร้ซึ่งธรรมอันเปเครื่องคุ้มครองโลก บ้านเมืองเราคงไปไม่รอดเป็นแน่แท้
อ้างอิงจาก http://www.kalyanamitra.org/daily/dhamma/index.php?option=com_content&task=view&id=1980&Itemid=99999999